.............ยินดีต้อนรับสู่โรงเรียนพระปริยัติธรรมพันษีวิทยา ชูธรรม นำปัญญา พัฒนาศาสนทายาท จุดหมายคือการศึกษา พัฒนาศาสนทายาทคือความสำเร็จ เผยแผ่เป็นหน้าที่ สร้างคนเป็นคนดี คือความภูมิใจ.........
เกี่ยวกับโรงเรียน
ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่
ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป และ 0 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่
เกี่ยวกับการศึกษา
ลิงค์ภายในกลุ่ม
 
จังหวัดนครราชสีมา
   ปริยัติสามัญนครราชสีมา
   วัดบึงกิตติวิทยา
   ปักธงชัยวิทยา
   ประชานิมิตรวิจัยศึกษา
   สัทธรรมวิทยา
   อุทัยวิทยา
 
จังหวัดชัยภูมิ
   วัดกลางเมืองเก่าวิทยา
   พุทธธรรมวิทยา
   วัดชัยภูมิวนาราม
   วัดชัยภูมิพิทักษ์(ผาเกิ้ง)
   วัดป่าหนองดินดำวิทยาลัย
 
จังหวัดบุรีรัมย์
   ปริยัติธีรวิทยา
   อิสาณราชวิทยานุสรณ์
   ตลาดชัยวิทยา
   สระมะค่าวิทยา
   โนนดินแดงวิทยาคม
   เย้ยปราสาทวิทยา
   วัดท่าสว่างวิทยา
   โพนทองธรรมวิทย์
 
จังหวัดสุรินทร์
   ปริยัติโกศลวิทยา
   พระปริยัติธรรมพันษีวิทยา
   ปริยัติบวรวิทยา
   บาลีสาธิตวัดศาลาลอย
   วัดจอมพระ
   โพธิศึกษา
   รัตโนภาสวิมลศึกษา
   พันษีวิทยา
   วัดโพธาราม
 
จังหวัดศรีสะเกษ
   ศรีเกษตรวิทยา
   กันทรลักษ์ธรรมวิทย์
   วัดสระกำแพงใหญ่
   เกียรติแก้ววิทยา
   โพธิ์ศรีวิทยา
   วัดประชานิมิตฯ
สหธรรมิกที่น่าสนใจ
ข้อมูลผู้ใช้
สวัสดี, Anonymous
ชื่อเรียก
รหัสผ่าน
รหัสลับ: รหัสลับ
กรุณาพิมพ์รหัสลับที่นี่

(สมัครสมาชิก)
ข้อมูลสมาชิก:
สมาชิกคนล่าสุด: pendolph
สมาชิกใหม่วันนี้: 0
สมาชิกใหม่เมื่อวาน: 0
สมาชิกทั้งหมด: 6

ผู้ที่กำลังใช้งานขณะนี้:
บุคคลทั่วไป: 1
สมาชิก: 0
ทั้งหมด: 1
สำหรับผู้ดูแลเว็บ

คำเตือน!
 การพยายามเข้าระบบจัดการ โดยผู้ที่ไม่ใช่เว็บมาสเตอร์ IP ดังกล่าวจะถูกระงับการใช้งานทันที

สำหรับผู้ดูแลเว็บ
ชื่อเรียก
รหัสผ่าน

กิจกรมของเรา


ข่าวทั้งสิ้น 0 เรื่อง
อ่านทั้งหมด

ข้อคิดสะกิดใจในวันแม่


กระดานข่าวสารของโรงเรียน


 ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างความรู้ซื้อหนังสือเรายวิชาบาลี

โรงเรียนพระปริยัติธรรมพันษีวิทยา ปพว. Forums


ฝากความคิดถึง

ข้อความทั้งหมด   
 

วันวิทยาศาสตร์

18 สิงหาคม วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

18 สิงหาคม วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

       18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2411 ถือเป็นวันสำคัญยิ่งในวงการศึกษา วงการดาราศาสตร์ และวงการวิทยาศาสตร์ของไทย เพราะเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค และสถลมารค เพื่อทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงที่ ต.หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อันเป็นปรากฏการณ์ที่พระองค์ ทรงคำนวณทำนายไว้ก่อนล่วงหน้าถึง 2 ปี คือทรงคำนวณไว้ตั้งแต่ปีพ.ศ.2409

     ครั้นถึงวันที่ 18 สิงหาคม ปีพ.ศ.2411 สุริยุปราคาเต็มดวง ก็ปรากฏการณ์อุบัติขึ้นจริงตามวันเวลาและสถานที่ทุกประการ เพื่อให้เกิดการตื่นตัวทางวิทยาศาสตร์ในสังคมปัจจุบันก่อให้เกิดแรงผลักดันในทางบวกอย่างกว้างขวางขึ้น ซึ่งเชื่อแน่ได้ว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศได้อย่างแน่นอน คณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคม ของทุกปีเป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ นับตั้งแต่ปีพ.ศ.2525 เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ อันเป็นคุณประโยชน์ต่อประเทศชาตินานัปการ ทั้งในด้านการทหาร การปรับปรุงประเทศ และผลงานทางด้านวิทยาศาสตร์ จึงถือว่าพระองค์เปรียบเสมือนเป็น พระบิดาวิทยาศาสตร์ไทย

พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

      พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพ ในสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อปีชวด วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ทรงมีพระนามเดิม ตามจารึกในสุพรรณบัฏว่า "สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฏสมมุติเทวงค์ พงศาอิศวรกระษัตริย์ขัตติยราชกุมาร"

ในสมัยทรงพระเยาว์ได้เริ่มเรียนอักขระสมัย ในสำนักสมเด็จพระพุทธโฆจารย์ (ขุน) วัดโมฬีโลกยาราม และได้ทรงศึกษาวิชาความรู้ สำหรับพระราชกุมาร จากผู้เชี่ยวชาญ พระองค์ได้เสด็จออกผนวช เป็นพระภิกษูตามประเพณี เมื่อพระชันษา 21 ปี ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงผนวชได้ 15 วัน สมเด็จพระบรมชนก ก็เสด็จสวรรคต โดยมิได้รับสั่งให้ผู้ใด เป็นรัชทายาท เมื่อพระบรมวงศานุวงค์เสนาบดี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ได้ประชุมหารือกันแล้ว จึงไปกราบทูลพระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฏ เมื่อทราบว่า พระองค์มีพระราชประสงค์จะอยู่ในสมณเพศต่อไป เจ้านายและข้าราชการชั้นผูใหญ่ จึงถวายพระราชสมบัติแด่ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ซึ่งเป็นพระองค์เจ้าลูกยาเธอ เจริญพระชันษากว่าพระภิกษุเจ้าฟ้ามงกฏ 17 ปี ขึ้นเป็นสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3

     ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต บรรดาเหล่าเสนาอามาตย์ ข้าราชการบริพาร จึงพร้อมใจกัน กราบบังคมทูลอัญเชิญ พระภิกษุเจ้าฟ้ามงกฏขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2394 และพระองค์ ได้ทรงสถาปนา สมเด็จพระอนุชา เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ เป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ 2 (Second King ) ทรงพระนามว่า "พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว" รวมเวลาที่ พระภิกษุเจ้าฟ้ามงกฏทรงสมณเพศ 27 พรรษา

เมื่อขึ้นครองราชย์ พระองค์มีพระชันษาได้ 47 ปี ทรงใส่ใจในการศึกษา และปรับปรุงบ้านเมือง ให้เจริญก้าวหน้าเหมือนดังนานาอารยประเทศ ทรงให้มีการขุดคลองผดุงกรุงเกษม ในปี พ.ศ. 2394 ให้มีการสร้างป้อมปราการต่างๆ ให้มีการสร้าง ถนนเจริญกรุง ถนนพระรามที่ 4 ถนนสีลม ต่อมาให้มีการสร้างถนนบำรุงเมือง ถนนเฟื่องนคร โปรดให้มีการตั้งโรงพิมพ์ มีการออกหนังสือต่างๆ เช่น หนังสือพระราชกิจจานุเบกษา

พระราชกรณียกิจทางด้านดาราศาสตร์

     พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดฯ ให้สร้างหอดูดาว บนเขาวัง ในจังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2403 พระราชทานนามว่า "หอชัชวาลเวียงชัย"
ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ได้ทรงทอดพระเนตรดาวหาง 3 ดวงคือ

    1. ดาวหางฟลูเกอร์กูส (Flaugergues s Comet) เป็นดาวหางที่มีขนาดใหญ่และมีหาง 2 หาง ปรากฏในรัชสมัย พระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อ พ.ศ. 2355 ขณะนั้นเจ้าฟ้ามงกฏมีพระชันษาราว 8 ปี เมื่อทรงเห็นแล้ว คงจะทรงติดตามศึกษา เรื่องดาวหางอยู่เสมอ เพราะว่าก่อนดวงที่ 2 จะมาปรากฏ พระองค์ทรงมีประกาศฉบับแรกชื่อว่า " ประกาศดาวหางขึ้น อย่าได้วิตก" แจ้งแก่ประชาชน"

    2. ดาวหางโดนาติ ( Donati a Comet) เป็นดาวหางที่มีขนาดใหญ่มาก นักดาราศาสตร์อิตาเลียนค้นพบในคืนวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ 2401 และคืนต่อๆมา จนถึงวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2402 (รวมเวลา 9 เดือน) ชาวไทยคงจะเห็นด้วยตาเปล่า ระหว่างเดือนกันยายน - ตุลาคม 2401

ดาวหางดังกล่าวมีลักษณะเป็น 2 หาง หางหนึ่งเหยียดตรง อีกหางหนึ่งเป็นพู่โค้งสวยงามอยู่ราว 2 เดือน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเกรงว่า เมื่อประชาชนเห็นดาวหางโดนาติ แล้ว จะตื่นเต้นไปตามคำลือต่างๆ จึงทรงออกประกาศเตือนชื่อว่า "ประกาศดาวหางขึ้นอย่าได้วิตก" นับเป็นประกาศ ทางวิทยาศาสตร์ ฉบับแรกของประเทศ มีความว่า "ดาวหางนี้ ชาวยุโรปได้เห็นมาแล้วหลายเดือน ดาวหางนี้ มีคติแลทางยาวไปในท้องฟ้า แล้วก็กลับมา ได้เห็นในประเทศนี้อีก เพราะเหตุนี้ อย่าให้ราษฎรทั้งปวง ตื่นกัน และคิดวิตกเล่าลือไปต่างๆ ด้วยว่า มิใช่จะเห็นแต่ในพระนครนี้ และเมืองที่ใกล้เคียงเท่านั้นก็หามิ ได้ ย่อมได้เห็นทุกบ้านทุกเมืองทั่วพิภพอย่างนี้แล"

    3. ดาวหางเทพบุท (Tebbut s Comet ) เป็นดาวหางที่มีขนาดใหญ่ หางยาว และสว่างกว่าดาวหางโดนาติ ปรากฏแก่สายตาชาวโลก ระหว่างเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม พ.ศ. 2404 เป็นดาวหาง ที่พระองค์ ทรงสนพระราชหฤทัยมากยิ่งขึ้น ถึงกับทรงได้คำนวณไว้ล่วงหน้าว่า จะปรากฏเมื่อใด และได้ทรงออกประกาศไว้ล่วงหน้า มิให้ประชาชน ตื่นตระหนก ทั้งนี้เพราะพระองค์ มีพระราชประสงค์มุ่งขจัดความเชื่อ เกี่ยวกับเรื่องโชคลาง และทรงให้ราษฎรตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เตรียมพร้อมที่จะเผชิญเหตุการณ์ (ถ้าจะเกิด) อย่างมีเหตุผล ตามแบบวิทยาศาสตร์


ข้อมูลจาก
- ธนากิต หน้า 216 และ หนังสือวันสำคัญของไทย โดย : สุภักดิ์ อนุกูล หน้า 122
- www.starmelody.com


สาระน่ารู้ประจำเดือน

ต ร ง กั บ วั น แ ร ม ๑ ค่ำ เ ดื อ น ๘

    "เข้าพรรษา" แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือนแปดหลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เว้นแต่มีกิจธุระเจ้าเป็นซึ่งเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืนเรียกว่า สัตตาหะ หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์ แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด ระหว่างเดินทางก่อนหยุดเข้าพรรษา หากพระภิกษุสงฆ์เข้ามาทันในหมู่บ้านหรือในเมืองก็พอจะหาที่พักพิงได้ตามสมควร แต่ถ้ามาไม่ทันก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็นที่พักแรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความลำบากเช่นนี้ จึงช่วยกันปลูกเพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆองค์ ที่พักดังกล่าวนี้เรียกว่า "วิหาร" แปลว่าที่อยู่สงฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ท่านออกจาริกตามกิจของท่านครั้งถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีกเพราะสะดวกดี แต่บางท่านอยู่ประจำเลย บางทีเศรษฐีมีจิตศัรทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบเงียบไม่ห่างไกลจากชุมชนนัก สร้างที่พัก เรียกว่า "อาราม" ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ดังเช่นปัจจุบันนี้

     โดยปรกติเครื่องใช้สอยของพระตามพุทธานุญาตให้มีประจำตัวนั้น มีเพียงอัฏฐบริขารอันได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน และกว่าพระท่านจะหาที่พักแรมได้ บางทีก็ถูกฝนต้นฤดูเปียกปอนมา ชาวบ้านที่ใจบุญจึงถวายผ้าอาบน้ำฝนสำหรับให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยน และถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันของท่านเป็นพิเศษในเข้าพรรษานับเป็นเหตุให้มีประเพณีทำบุญเนื่องในวันนี้สืบมา

*** เพิ่มเติม ***

   "ผ้าจำนำพรรษา" คือผ้าที่ทายกถวายแก่พระสงฆ์ผู้อยู่จำพรรษาครบแล้วในวัดนั้น ภายในเขตจีวรกาล เรียกอีกอย่างว่า "ผ้าวัสสาวาสิกสาฎิกา"

   "ผ้าอาบน้ำฝน" คือผ้าสำหรับอธิษฐานไว้ใช้นุ่งอาบน้ำฝนตลอด ๔ เดือนแห่งฤดูฝน เรียกอีกอย่างว่า "ผ้าวัสสิกสาฏิกา"

     การที่พระภิกษุสงฆ์ท่านโปรดสัตว์อยู่ประจำเป็นที่เช่นนี้ เป็นการดีสำหรับสาธุชนหลายประการ กล่าวคือ ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระพุทธบัญญัติก็นิยมบวชพระ ส่วนผู้ที่อายุยังไม่ครบบวชผู้ปกครองก็นำไปฝากพระ โดยบวชเป็นเณรบ้าง ถวายเป็นลูกศิษย์รับใช้ท่านบ้าง ท่านก็สั่งสอนธรรม และความรู้ให้ และโดยทั่วไป พุทธศาสนิกชนนิยมตักบาตรหรือไปทำบุญที่วัด นับว่าเป็นประโยชน์

     การปฏิบัติตน ในวันนี้หรือก่อนวันนี้หนึ่งวัน พุทธศาสนิกชนมักจะจัดเครื่องสักการะเช่น ดอกไม้ ธูปเทียน เครื่องใช้ เช่น สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น มาถวายพระภิกษุ สามเณร ที่ตนเคารพนับถือ ที่สำคัญคือ มีประเพณีหล่อเทียนขนาดใหญ่เพื่อให้จุดบูชาพระประธานในโบสถ์อยู่ได้ตลอด 3 เดือน มีการประกวดเทียนพรรษา โดยจัดเป็นขบวนแห่ทั้งทางบกและทางน้ำ

     แม้การเข้าพรรษาจะเป็นเรื่องของภิกษุ แต่พุทธศาสนิกชนก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ ทำบุญรักษาศีลและชำระจิตใจให้ผ่องใส ก่อนวันเข้าพรรษาชาวบ้านก็จะไปช่วยพระทำความสะอาดเสนาสนะ ซ่อมแซมกุฏิวิหารและอื่นๆ พอถึง วันเข้าพรรษาก็จะไปร่วมทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรมและรักษาอุโบสถศีลกันที่วัด บางคนอาจตั้งใจงดเว้น อบายมุขต่างๆ เป็นกรณีพิเศษ เช่น งดเสพสุรา งดฆ่าสัตว์ เป็นต้น อนึ่ง บิดามารดามักจะจัดพิธีอุปสมบทให้บุตรหลาน ของตนโดยถือกันว่าการเข้าบวชเรียนและอยู่จำพรรษาในระหว่างนี้จะได้รับ อานิสงส์อย่างสูง

     ประเพณีหล่อเทียนเข้าพรรษา เป็นประเพณีที่กระทำกันเมื่อใกล้ถึงฤดูเข้าพรรษาซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ พระภิกษุจะต้องอยู่ประจำวัดตลอด ๓ เดือนมาตั้งแต่โบราณกาล การหล่อเทียนเข้าพรรษานี้มีอยู่เป็นประจำ ทุกปี เพราะในระยะเข้าพรรษานี้ พระภิกษุจะต้องมีการสวดมนต์ทำวัตรทุกเช้าเย็นและในการนี้จะต้องมีธูป เทียนจุดบูชาด้วย พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จึงพร้อมใจกันหล่อเทียนเข้าพรรษาสำหรับให้พระภิกษุจุดเป็น การกุศลทานอย่างหนึ่งเพราะเชื่อกันว่าในการให้ทานด้วยแสงสว่าง จะมีอานิสงฆ์เพิ่มพูนปัญญาหูตาสว่างไสว ตามชนบท การหล่อเทียนเข้าพรรษาทำกันอย่างเอิกเกริกสนุกสนานมาก เมื่อหล่อเสร็จแล้ว ก็จะมีการแห่แหน รอบพระอุโบสถ ๓ รอบ แล้วนำไปบูชาพระตลอดระยะเวลา ๓ เดือน บางแห่งก็มีการประกวดการตกแต่งมี การแห่แหนรอบเมืองด้วยริ้วขบวนที่สวยงามและถือว่าเป็นงานประจำปีทีเดียว ในวันนั้นจะมีการร่วมกันทำบุญตักบาตรถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ เป็นการร่วมกุศลกันในหมู่บ้านนั้น


ประเพณีแห่เทียนพรรษา อุบลราชธานี
http://www.ubonguide.com/

กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันเข้าพรรษา
   ๑. ร่วมกิจกรรมทำเทียนจำนำพรรษา
   ๒. ร่วมกิจกรรมถวายผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัย แก่ภิษุสามเณร
   ๓. ร่วมทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรมเทศนา รักษาอุโบสถศีล
   ๔. อธิษฐาน งดเว้นอบายมุขต่างๆ


ข่าวการเปิดสอบ


ข่าวนังสือพิมพ์


ข่าวต่างประเทศ


ผู้บริหารโรงเรียน

(พระมหาเจริญสุข  คุณวีโร)
ปธ. 9 เจ้าคณะอำเภอศีขรภูมิ
ตำแหน่ง ครูใหญ่


(พระอธิการการุณย์  ธมฺมวโร)
นักธรรมเอก เจ้าอาวาสวัดพันษี
ตำแหน่งผู้จัดการ
ปฏิทิน
มกราคม 2552
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31
แบบสำรวจ
คุณคิดว่าเว็บนี้เป็นอย่างไร?

อืม... ไม่เลวนะ
เยี่ยม
สุดยอด
ใช้ได้!
แย่มากมาก



ผลสำรวจ
แบบสำรวจอื่นๆ

จำนวนผู้ลงคะแนน: 3
คำแนะนำ: 0
เข้าระบบ
ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

รหัสลับ: รหัสลับ
กรุณาพิมพ์รหัสลับที่นี่

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง
ลิงค์ทั่วไป
๏ ลิงค์ที่น่าสนใจ ๏
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
ผู้จัดการ
โพสต์ทูเดย์
ไทยโพสต์
มติชน
ข่าวสด
คมชัดลึก
ประชาชาติธุรกิจ
ฐานเศรษฐกิจ
เส้นทางเศรษฐกิจ
Bangkok Post
แนวหน้า
สยามรัฐ
กรุงเทพธุรกิจ
เนชั่นแชนแนล
สยามธุรกิจ
กระแสหุ้น
เสรีรายวัน
บ้านเมือง
เทเลคอม เจอร์นัล
BusinessThai
เนชั่นสุดสัปดาห์
ผู้จัดการรายเดือน
มติชนสุดสัปดาห์
บริการข้อมูล
ค้นหาเบอร์โทรศัพท์
พยากรณ์อากาศ
รายงานราคาทองคำ
ค้นหารหัสไปรษณีย์
ตรวจลอตเตอรี่
สวนดุสิต โพล
 
สถิติผู้เข้าชมเว็บของเรา
สถานีวิทยุออนไลน์
95 FM ลูกทุ่งมหานคร
96.5 FM คลื่นความคิด
97.5 FM Seed FM
99 FM เมืองไทยแข็งแรง
100.5 FM สถานีข่าวและสาระ
107 FM MET 107
คาราน้ำมันวันนี้
สถานที่ตั้ง  163 หมู่ที่ 5  วัดพันษี  ตำบลจารพัต  อำเภอศีขรภูมิ  จังหวัดสุรินทร์  32110
 โทร  044-560488

You can syndicate our news using the file backend.php or ultramode.txt